ทำไม…จึงควร ทำบุญกับ พระพุทธศาสนา

มีคนเกี่ยงว่าทำไมต้องทำบุญกับพระพุทธศาสนาสัมมาอาชีพถึงจะดี ก็ขอตอบย้ำกันอีกครั้งว่า เพราะพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ เงินที่เราได้มา ถ้ามีพระสงฆ์เป็นผู้รับ เมื่อเอาไปใส่ในตู้บริจาคของค่าน้ำค่าไฟ ไม่ว่าพระสงฆ์จะทำอะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้มันใช้ไฟทั้งหมดอันนี้ พระสงฆ์อยู่ในการปฏิบัติที่ครบองค์สงฆ์ วัน หนึ่งท่านทำกิจของท่านสิบอย่าง

คนที่ควายค่าน้ำค่าไฟไว้ ก็จะประสบความสำเร็จ ในเรื่องของการประกอบสัมมาอาชีพ และไม่มีกรรม ไม่มีเศษกรรมตกมาที่ตัวเอง ต้องบอกเลยว่า คนทั้งโลกไม่รู้ว่าเงินที่ทำมาหากิน แล้วทำไมอยู่มาถึงจุดหนึ่ง คนทุกคนในบ้านมีเหตุให้เป็นไป คือ มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนโดยที่ว่าก็ทำบุญนะ สร้างพระ สร้างศาลา ทำอะไรทุกอย่าง แต่ทำไมกรรมมันถึงยังเป็นตะกอนกรรมอยู่อีก ทุกคนแน่ใจไหมว่า แหล่งที่มาของเงินนั้นได้มาอย่างบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์

อ้าว… ยังมีคนไม่อยากทำบุญกับพระพุทธศาสนา อยากทำบุญสร้างโรงพยาบาล อยากทำบุญกับเด็กด้อยโอกาส อยากทำบุญกับคนที่ไม่มีจะกิน นั่นก็ถือว่าเงินของคุณยังไม่ถึงกับบุญ ที่เรียกว่าทำบุญกับผู้มีศีล
เพราะ ว่า

ทำบุญกับคนที่ไม่มีศีล 100 ครั้ง ก็ไม่เท่ากับทำบุญกับคนที่มีศีลครั้งเดียว
ทำบุญกับคนที่มีศีล 100 ครั้ง ก็ไม่เท่ากับทำกับสามเณรครั้งเดียว
ทำบุญกับสามเณร 100 ครั้ง ก็ไม่เท่ากับทำบุญกับพระสงฆ์ครั้งเดียว
ทำบุญกับพระสงฆ์ 100 ครั้ง ก็ไม่เท่ากับทำกับพระอรหันต์ครั้งเดียว
ทำบุญกับพระอรหันต์ 100 ครั้ง ก็ไม่เหมือนกับทำกับพระพุทธเจ้าครั้งเดียว
ทำบุญกับพระพุทธเจ้า 100 ครั้ง ก็ไม่เท่ากับทำสังฆทานครั้งเดียว

สังฆทาน ยิ่งใหญ่มากเหรอ ทำไมถึงทำบุญกับพระพุทธเจ้าถึง 100 ครั้ง ยังไม่เท่ากับ ทำสังฆทานเพียงครั้งเดียว มันใหญ่มากเพราะว่าสังฆทานเนี่ย พระทุกที่ทั้ง 4 ทิศสามารถใช้สังฆทานนี้ได้ จึงเรียกว่า “มหาสังฆทาน”

อย่าง แม่ชีทำบุญที่สนามหลวง แม่ทำบุญกับคนที่ไม่มีศีล ถามว่าแม่เบิกบานใจไหม แม่ก็เบิกบานใจ แต่ถามว่าแม่ได้อะไรจากตรงนั้นไหม แม่ได้ความสุขใจแป๊บนึง แต่พอแม่มาทำบุญกับพระหลายๆ รูป เป็นพันๆ องค์ หมื่นๆ องค์ แม่รู้สึกเลยว่าแม่สัมผัสได้ว่า เราน้ำตาไหลไม่หยุด น้ำตาเราไหลไม่หยุด มันเหมือนกับเราปีติ เวลาพระให้พรทีนึงเรารู้ได้เลยว่าเราได้

แล้วการนั่งสมาธิหรือว่าการพูดหรือการรู้ มันก็แบบว่ากว้างไปอีก กว้างออกไปอีก ตัวรู้นะ ตัวปัญญานะ มันกว้างออกไปอีก ธรรมดาเราก็รู้อยู่แล้ว พอเราทำบุญกับพระ ปีหนึ่งทำบุญกับพระอย่างเช่น พุทธมณฑลอย่างนี้ จะมีพระรับปริญญาทั่วโลกที่มาที่พุทธมณฑล พอแม่ทำครั้งหนึ่ง 4 วัน เช้าเพล เช้าเพล เช้าเพล

พอหลังจากทำเสร็จ แม่ก็มานั่งเจริญกรรมฐาน กรรมฐานแม่เปลี่ยนไปเลยนะ…
กรรมฐานจากที่เรานั่งเราก็นิ่งอยู่แล้วเราก็ปรกติอยู่แล้ว แต่มันทำให้สมาธิเราคมชัดมากขึ้นอีก

ลูก ศิษย์ที่รู้ว่าแม่ทำบุญเขาจะมาช่วยแม่ประมาณ 300-400 คน เพราะแม่ทำคนเดียวไม่ได้ ใน 300-400 คน ก็มีบุญร่วมกัน คนนี้เป็นหนี้มากแม่บอกว่าไปล้างหม้อ ล้างชามแล้วอธิษฐานไป เป็นหนี้กรรมกับใครเรื่องการเงิน เป็นหนี้เรื่องกรรมอะไรอย่างนี้

ขอล้างถ้วยล้างชาม ในการปฏิบัติกับพระสงฆ์ในครั้งนี้ ส่งผลเป็นบุญให้คนที่เคยเป็นหนี้รับบุญด้วย แล้วหลังจากที่ทำแล้วเขาประสบความสำเร็จนะ หนี้เขาก็หลุด ชีวิตเขาก็ดีขึ้น เขาทำงานแค่วันละ 200 นะ เขาทำงานแค่วันละ 200 แล้วมาเจอกันใหม่ เขาสดใสขึ้น ดีขึ้น

ทุกคนก็จะจ้องมาว่า แม่จะมีอะไรให้ทำ คนนี้ปอกผลไม้ ปอกกันตั้งแต่ตี 2 เช้าขึ้นมาบุญที่เราทำ พระจะต้องมาฉันเช้าตอนประมาณ 7 โมง 6 โมงของทุกอย่างต้องขึ้นโต๊ะ 400 กว่าโต๊ะ ซึ่งแม่ทำคนเดียวไม่ได้ แล้วทุกคนไม่ง่วง ไม่ง่วงเพราะบุญ บุญของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ ไม่ง่วงไม่ต้องกินกาแฟ ไม่ต้องกินอะไร แต่ว่าเพราะบุญทำให้ไม่ง่วง

ส่วนคนที่เลือกทำกับอย่างอื่นก็ยังได้บุญอยู่ แต่ว่าผลของบุญนั้นมันน้อย เห็นเขามีกินแล้วสุขใจก็ถือว่าเป็นบุญ แต่ บุญของพระพุทธศาสนา บุญของพระสงฆ์ที่เป็นเนื้อนาบุญ มันมากกว่าเพราะว่าพระท่านนุ่งห่มผ้าเหลือง ท่านเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างนี้ ส่งผลเป็นบุญมหาศาล แม่เห็นในขณะที่พระนั่งฉันอยู่ แม่ก็นั่งอยู่ข้างล่าง พระท่านนั่งอยู่ที่อาสน์สงฆ์

ก่อนที่ท่านจะฉันข้าว ท่านจะถวายข้าวพระพุทธก่อน พอถวายข้าวพระพุทธเสร็จแล้วท่านถึงจะลาข้าวพระพุทธเพื่อให้ท่านฉัน ถ้าแปลเป็นความหมายว่า อาหารที่ได้มาไม่ได้ฉันเพื่อความเมามันกำลัง ฉันไปเพื่อการประพฤติดีปฏิบัติชอบ พอท่านฉันเสร็จ พระรูปแรกที่อยู่หัวแถว จะพูดเป็นภาษาบาลีว่า “ยถา” พอ “ยถา” ตรงนี้ปุ๊บอาหารที่ท่านฉันไปเป็นเหมือนสายน้ำ เป็นแม่น้ำเลยนะ เป็นน้ำเป็นสายเลย แล้วใครที่ใส่บาตรไว้ บุญมันสำเร็จเลย

แต่ คนที่ใส่บาตรมักจะไม่ค่อยกรวดน้ำ คนที่ใส่บาตรเสร็จแล้วมักจะไม่ค่อยกรวดน้ำ ถามว่าไม่กรวดน้ำแล้วโมฆะ ไม่โมฆะ กรวดวันนี้ก็ได้ ใส่บาตรมา 10 ปีไม่เคยกรวดน้ำ มันก็เหมือนว่า เอ๊..เราใส่บาตรทุกวันทำไมเราทำดีแล้วยังไม่มีคนเห็นในความดีของเรา ก็เพราะเราไม่ได้ยินดีในบุญที่เราทำ เราต้องยินดีในบุญที่ทำไม่ใช่ว่า ทำเพราะเขาทำกันมานานแล้ว ถ้าวันไหนไม่ใส่ก็รู้สึกว่าไม่สบายใจ อะไรอย่างนี้ มันเป็นกิจวัตรที่จะต้องทำ แต่ไม่ได้ใส่ใจในบุญ ต้องใส่ใจในบุญว่า

บุญที่ใส่ไป เราต้องกรวดน้ำ แต่ว่าถ้าการนั่งกรรมฐานไม่ต้องใช้น้ำกรวด อ่านหนังสือเบิกบุญแม่แล้วเขาบอก กรวดน้ำตั้งหลายขวดกว่าจะหมดเพราะมันยาว ถ้าหนังสือแม่ไม่ต้องกรวดน้ำใช้อธิษฐานเอา แต่บุญที่ถวายสังฆทานหรือบุญที่ทำบุญกับพระสงฆ์ด้วยอาหาร ต้องกรวดน้ำบุญมันจะได้สำเร็จเลย

โดย ดร.แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรร

จากหนังสือ ธรรมะ ค้าขายดี

คู่มือชีวิต ปิดทางจน สำหรับคนทุกอาชีพ

เปิดให้บูชา หลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้ รุ่นพิเศษ บรรจุไหลน้ำพี้

เปิดจักระขั้นพื้นฐานด้วยตัวเอง

เปิดจักระขั้นพื้นฐานด้วยตัวเอง

ที่มา http://board.palungjit.com/

ผู้ที่อยากเปิดจักระ ควรเป็นผู้ที่มีพื้นฐานในการทำสมาธิอานาปานสติมาก่อน
เพราะทำให้เข้าขนิกสมาธิได้ง่าย

ก่อนเปิดจักระ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด
แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย
สวดมนต์ระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย

กราบ9ครั้งระลึก
3ครั้งแรก กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณระลึกว่าสรณะสูงสุดของข้าพเจ้า
คือพระรัตนตรัย ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่เคารพตลอดกาลนาน
กราบครั้งที่4 กราบพระปัจเจกพุทธเจ้า
กราบครั้งที่5 ระลึกถึงพระมหาโพธิสัตว์ทั้งหลายและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ
กราบครั้งที่6 ระลึกถึงคุณบิดา มารดา ทั้งที่ให้กำเนิด และที่ชุบเลี้ยงให้เติบใหญ่ ทุกๆท่านไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ

กราบครั้งที่7 ระลึกถึงคุณอุปัชชาจารย์ ครูบาอาจารย์ ครูตำหรับตำรา ครูพักลักจำ ทุกๆท่านที่ประสิทธิประสาทวิชาให้ทั้งทางโลกและทางธรรม
กราบครั้งที่8 ระลึกถึงคุณแห่งหรพมและเทพยดาทั้งหลาย ตั้งแต่อรูปพรหมไปถึงยมทูตทุกๆท่านไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ
กราบครั้งที่9 ระลึกถึงคุณแห่งธรรมชาติทั้งหมด ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ นิพพาน

ทำใจให้สงบ สบาย โปร่ง โล่ง นั่งตัวตรงดำรงสติ หรือยืนในอิริยาบทที่สบาย หรือนอนหงายในอิริยาบทที่สบาย
สูดลมหายใจเข้าทางจมูกให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระดกลิ้นแตะที่เพดานปากด้านบนไว้ กักลมหายใจไว้ นับ1-5 ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกให้ช้าๆและนานที่สุดจนหมดปอด
ทำจนกว่ารู้สึกว่ามีพลังงานความร้อนปรากฏที่ท้องน้อย

ค่อยๆระบายออกทางปาก

เซฟรูปข้างบนไว้ใช้เปิดจักระ
ลืมตามองรูปแบบสบายๆ
ให้นึกภาพตัวเองซ้อนในรูปนั้นวาดมโนภาพถึงพระพุทธเจ้า หรือดวงอาทิตย์ก็ได้ ว่าแผ่รัศมีเป็นลำแสงพุ่งทะลุจักรที่7คือยอดกระหม่อมลงมา

นึกมโนภาพว่าแสงนี้ทะลุลำตัวจากปลายศีรษะทะลุฝีเย็บ
มองที่รูป มองจักระที่7 หลับตาให้ภาพเรากับรูปซ้อนกัน

นึกว่าจักระเอ๋ย จงเปิดออกเถิด
ไล่ตั้งแต่7-6-5-4-3-2 ยกเว้น1ไว้

หากจักระถูกเปิดจะรู้สึกว่ามีพลังงานวนที่กระหม่อม เหมือนบนหัวมีอะไรมาไต่ๆ
กระตุ้นจักรแบบนี้ทุกๆวันอย่างน้อยครั้งละ3นาที

เมื่อพลังงานมาให้นึำว่าขอสิ่งดีๆที่เป็นมงคลจงมา
ขอสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นมงคล โรคภัยไข้เจ็บจงเปลื่ยนแปลงไปเป็นสิ่งดีๆ

จบชั้นพื้นฐาน

ฝึกเสร็จให้กราบ9ครั้งอีกครั้ง แผ่เมตตาไม่มีสื้นสุดไม่มีประมาณ ทั้ง31ภพ ไม่มีสิ้นสุดไม่มีประมาณ

(ปิดแล้ว )แจกหลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้ ให้แก่ทหาร ตำรวจ และบุคคลทั่วไป


ปิดการแจกวันที่ 8/7/53 เวลา 12.55 น.
ไม่ต้องส่งซองมารับพระแล้ว


แจก หลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้ใ ห้แก่ทหาร ตำรวจ และบุคคลทั่วไป


ผสม ผงแร่เหล็กน้ำพี้จำนวนมาก (แม่เหล็กดูด ติดองค์พระได้) และมวลสารมงคล เช่่น

1.ผงหินพระธาตุ จากเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
2.แป้ง เสก พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร วัดท่าขนุน

3.ผงพระ ปิดตา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, ผงพระแตกหัก ครูบาคำเป็ง

4.ทรายทองคำ โภคทรัพย์ แม่น้ำโขง

5.ว่าน สาวหลง
6.ผงจักรพรรดิ์ สูตรหลวงปู่ดู่ ,หลวงตาม้า
7. ด้านหลังบรรจุ เม็ดแร่น้ำพี้

แร่เหล็กน้ำพี้ ของศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ


โบ ราณจารย์ได้กล่าวเรียกไว้หลายอย่างที่คุ้นหู คือ สิ่งที่เรียกว่า กายสิทธิ์ แต่นอกจากของกายสิทธิ์แล้ว ยังมีของศักดิ์สิทธิ์ ตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ทนสิทธิ์

ทนสิทธิ์ นั้น มีกล่าวไว้ในตำราพิชัย สงคราม หมายถึง
วัตถุตามธรรมชาติที่มีอำนาจทางคงกระพันโดยมิต้องผ่านการ ปลุกเสก
ในสมัยโบราณนั้นธาตุเหล็กถือว่าเป็นธาตุที่มีความ ศักดิ์สิทธิ์ในตัว
สำหรับธาตุเหล็กน้ำพี้นั้นยิ่งถือว่าเป็นเหล็กพิเศษ เพราะเป็นของทนสิทธิ์มีอานุภาพ
ระบุไว้ในตำราพิชัยสงครามชัดเจนว่า

  • เหล็กน้ำพี้เป็นของทนสิทธิ์ไม่เสื่อม
  • มีอานุภาพทางความคงกระพันชาตรี
  • ทำลายอาถรรพณ์ทั้งปวง
  • เป็นที่เกรงกลัวของภูตผีปีศาจ
  • ป้องกัน มนต์ดำ คุณไสย ลมเพลมพันทั้งปวง
  • มีอำนาจทางมหาราชตบะเดชะ เป็นที่ครั่นคร้ามของคนทั้งปวง

จัดสร้าง 2 รุ่น คือ
1. หลวงปู่ทวด ผงแร่น้ำพี้ ด้านหลังบรรจุ เม็ดแร่น้ำพี้ -แจกคนละ 1 องค์
2. หลวงปู่ทวด ผงแร่น้ำพี้ ด้านหลังบรรจุ ไหลน้ำพี้ธาตุกายสิทธิ์ –คลิกดูรายละเอียด

โดย นำหลวงปู่ทวด ผงแร่น้ำพี้ ด้านหลังบรรจุเม็ดแร่น้ำพี้ มาแจกให้แก่ ทหาร ตำรวจ และคนทั้วไป
ผู้ที่ต้องการให้อ่านให้เข้าใจ และทำตามการขอรับพระ ดังนี้

ให้เขียนว่าจะนำพระหลวงปู่ทวด ผงแร่น้ำพี้ไปบูชาอย่างไร และ
1.ลงชื่อจองรับพระให้ตัวเองและญาติ หรือหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ ตั้งแต่ลำดับที่ 1 เรื่อยไป
2.เตรียมกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม ขนาดพระสมเด็จ จำนวน 1 กล่อง
3.เขียนชื่อ ที่อยู่ตัวเอง ลงบนกล่องพัสดุ (อย่าส่งเป็นซองกันกระแทก พระอาจแตกหักได้ ) และเขียนในส่วนผู้ฝากส่ง ดังนี้…..

4.ให้นำของตามข้อ 2.และข้อ 3. พร้อมเงินค่าส่ง จำนวน 60 บาท
(ห้ามส่งเป็นธนาณัติ ตัํ๋วแลกเงิน หรือแสตมป์ ) ใส่ลงในซองเอกสารขนาดใหญ่

ส่งมาที่……

หมายเหตุ
1. หากเป็นหน่วยทหาร หรือตำรวจ ที่ต้องการพระจำนวนมาก
ให้เขียนจดหมายแนบ รายละเอียดแจ้งมาด้วย เพื่อจะได้จัดให้ตามต้องการ
2.สำหรับท่านที่ต้องการ หลวงปู่ทวด ผงแร่น้ำพี้ ด้านหลังบรรจุ ไหลน้ำพี้ธาตุกายสิทธิ์ คลิกที่นี่
3.พระที่แจกนี้ ควรนำมาบูชาติดตัว ไม่ควรเก็บไว้บนหิ้งพระ

เปิดให้บูชา หลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้ รุ่นพิเศษ บรรจุไหลน้ำพี้


หลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้
(รุ่นพิเศษ ด้านหลังบรรจุ ไหลน้ำพี้ ธาตุกายสิทธิ์ )
ไหลน้ำพี้ มีดีอย่างไร คลิก

ผสม ผงแร่เหล็กน้ำพี้จำนวนมาก (แม่เหล็กดูด ติดองค์พระได้) และมวลสารมงคล เช่่น

1.ผงหินพระธาตุ จากเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
2.แป้ง เสก พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร วัดท่าขนุน

3.ผงพระ ปิดตา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, ผงพระแตกหัก ครูบาคำเป็ง

4.ทรายทองคำ โภคทรัพย์ แม่น้ำโขง

5.ว่าน สาวหลง
6.ผงจักรพรรดิ์ สูตรหลวงปู่ดู่ ,หลวงตาม้า

ที่สำคัญ ด้านหลังองค์พระ บรรจุ “ไหลน้ำพี้ ธาตุกายสิทธิ์ ” ทุกองค์

แร่เหล็กน้ำพี้ ของศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ


โบราณจารย์ได้กล่าวเรียกไว้หลายอย่างที่คุ้นหู คือ สิ่งที่เรียกว่า กายสิทธิ์ แต่นอกจากของกายสิทธิ์แล้ว ยังมีของศักดิ์สิทธิ์ ตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ทนสิทธิ์

ทนสิทธิ์ นั้น มีกล่าวไว้ในตำราพิชัย สงคราม หมายถึง
วัตถุตามธรรมชาติที่มีอำนาจทางคงกระพันโดยมิต้องผ่านการ ปลุกเสก
ในสมัยโบราณนั้นธาตุเหล็กถือว่าเป็นธาตุที่มีความ ศักดิ์สิทธิ์ในตัว
สำหรับธาตุเหล็กน้ำพี้นั้นยิ่งถือว่าเป็นเหล็กพิเศษ เพราะเป็นของทนสิทธิ์มีอานุภาพ
ระบุไว้ในตำราพิชัยสงครามชัดเจนว่า

  • เหล็กน้ำพี้เป็นของทนสิทธิ์ไม่เสื่อม
  • มีอานุภาพทางความคงกระพันชาตรี
  • ทำลายอาถรรพณ์ทั้งปวง
  • เป็นที่เกรงกลัวของภูตผีปีศาจ
  • ป้องกัน มนต์ดำ คุณไสย ลมเพลมพันทั้งปวง
  • มีอำนาจทางมหาราชตบะเดชะ เป็นที่ครั่นคร้ามของคนทั้งปวง


สำหรับท่านที่ต้องการพระ หลวงปู่ทวด เนื้อผงแร่น้ำพี้
(รุ่นพิเศษ ด้านหลังบรรจุ ไหลน้ำพี้ ธาตุกายสิทธิ์ )
เปิดให้บูชา องค์ละ 200 บาท

โดย โอนเงินค่าบูชา องค์ละ 200 บาท และค่าส่ง 50 บาท
( เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ กรุณาโอนเงินให้มีเศษสตางค์ เช่น โอนเงิน 1000 บาท เวลาโอนก็ให้โอนเป็นจำนวน 1000.01 บาท )

เข้าบัญชี นายเอกณัฐยศ พานิชย์ไพศาลกูล
ธ.กรุงเทพ สาขา บางใหญ่ – นนทบุรี บัญชีออมทรัพย์
เลขที่ 221-0-86355-7

ติดต่อ สอบถาม + แจ้งรายละเอียดการโอนเงิน และสถานที่ส่งพระ มาที่
akenutyos@yahoo.co.th

เพิ่มเสน่ห์ด้วย น้ำมันว่านสาวหลง

เมตตามหานิยม+ป้องกันภัยด้วย สีผึ้งเหล็กไหลต่างดาว

ต้องการแร่น้ำพี้ ธาตุกายสิทธิ์ คล้กที่นี่

ชาวบ้านอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ตื่น ไหลดำน้ำพี้

ชาวบ้านอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ตื่น ไหลดำน้ำพี้

แห่ขอบูชาเชื่อ ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และให้โชคลาภ …

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 52 เวลา 10.00 น.

ได้มีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศที่อยุ่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ไปจนถึงจังหวัดแพร่และจังหวัดน่านจำนวนมาก ได้เดินทางมายังบ้านของนายฟุ้ง เชื้อนพคุณ อายุ 65 ปี เลขที่ 43/1 บ้านน้ำพี้ หมู่ 1ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ อดีตช่างตีเหล็กน้ำพี้

เพื่อขอบูชาไหลดำหรือไหลน้ำพี้ ซึ่งตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจกบริเวณหน้าบ้านไม้ชั้นเดี่ยวโดยมีนางจำรัส เชื้อนพคุณอายุ 62 ปีภรรยาของนายฟุ้ง เป็นผู้ดูแล

จากการเปิดเผยของ นายฟุ้ง กล่าวว่า

ไหลดำนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล แต่ยังไม่ถูกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้แพร่หลายออกไป ไหลดำนอกจากจะช่วยในเรื่องของความแคล้วคลาดปลอดภัย สิ่งเร้นลับที่ชั่วร้าย เวทมนต์อวิชารวมไปถึงมนต์ดำ ทุกชนิด

ยังป้องกัน ภูติผีปีศาจ ป้องกันคุณไสย์และคงกระพันชาตรี แล้ว ยังสามารถแก้โรคร้อนวิชา สำหรับคนที่เคร่งเครียดต่อการเรียนวิชาทางไสยศาสตร์จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

แก้พิษจากสัตว์หลายประเภท อาทิ ผึ้ง แตน ตะขาบ แมงป่อง งูมีพิษ ปลากระเบน และแง่งปลาดุกที่ปักเข้าตามลำตัว”

ไหลดำถือเป็นธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ ชนิดเดียวกับเหล็กไหล

ผู้ที่มีไว้ครอบครองต้องเข้าถึงด้วยพลังอำนาจจิตที่บริสุทธิ์ของตนเอง จากผล บุญกุศลที่ได้สร้างเอาไว้

หากใครที่คิดชั่วร้าย แม้มีไหลดำติดตัวเอาไว้ใช่ว่าจะป้องกันภัยให้กับตนเองได้ในยามคับขัน ในเรื่องโชคลาภก็จะไม่บังเกิด

การที่คนเราจะนำไหลดำสิ่งของชนิดนี้มาใช้ได้ จิตของผู้ครอบครองกับไหลดำจะต้องสื่อถึงกันหรือเข้าถึงกันได้ สังเกต ง่ายๆถ้าต้องการสัมผัส ไหลดำ ให้ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนก้อนไหลดำหากสื่อถึงกันได้จริงเส้นขนบนแขนทั้ง สองข้างจะตั้งลุกชันขึ้นมาทันที นี้คือพลังอำนาจที่เข้าถึงกันได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือศีล คนธรรมดาก็เข้าถึงได้ ขอให้ทุกคนมีจิตที่แน่วแน่ไม่แปรปรวน

สำหรับตนแล้วรู้จักคำว่าไหลดำ จากการที่ทางวัดน้ำพี้ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ได้มีการนำวัตถุชนิดนี้เข้ามาทำพิธีในพิธีสวดภาณยักษ์เมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยขับไล่เสนียดจัญไร ภูมิผีปีศาจที่อาศัยอยู่ในร่างคนรวมถึงผู้ที่โดนคุณไสย์

สืบทราบว่าแหล่งแร่ไหลดำนั้นมีแหล่งอยู่ที่บริเวณถ้ำผาแดงและด้านหลังบ่อ เหล็กน้ำพี้ จึงไปสืบเสาะค้นหามาเมื่อได้แล้วก็ลองผิดลองถูกในวิชาที่ได้เรียนรู้จากครู บาอาจารย์ กระทำเป็นผลสำเร็จสามารถทำไหลดำมาได้ถึงปัจจุบันนี้ หลายคนในหมู่บ้านทราบข่าวต่างก็มีความต้องการอยากจะทำไหลดำแบบที่ตนเองทำ ก็พยายามสืบเสาะค้นหาวิธีการทำและขั้นตอนต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ไหลดำใช่ว่าทุกคนจะทำได้เสมอไปเหมือนการทำแร่เหล็กน้ำพี้

เหตุที่ทำ ไม่ได้เพราะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากกว่าเหล็กน้ำพี้โดยเฉพาะการเข้าถึงธาตุ ที่ศักดิ์สิทธิ์การสื่อถึงในตัวธาตุกายสิทธิ์ของไหลดำ ขนาดตนเองเคยสอนวิธีการทำไหลดำให้กับลูกหลานคนในครอบครัวเพื่อเป็นการสืบทอด ต่อก็ยังไม่สามารถทำได้เลยเมื่อจิตใจของผู้กระทำสื่อเข้าไม่ถึงถ้าได้หิน หรือธาตุไหลดำนี้มาก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทำไปก็มีแต่จะเกิดการแตกหักหลายคนต้องนำหินหรือธาตุไหลดำมาวางตั้งทิ้งเอา ไว้ที่หน้าบ้านหรือภายในบ้านทิ้งเอาไว้เฉยๆ

นายฟุ้ง อดีตช่างตีเหล็กน้ำพี้ ปัจจุบันเป็นเจ้าของแร่ไหลดำ ที่มีแห่งเดียวในจังหวัดอุตรดิตถ์และแห่งเดียวในหมู่บ้านของบ้านน้ำพี้ กล่าวว่าไหลดำที่มีรูปร่างกลมและมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 2-3.5 เซนติเมตร

นอก จากนี้นายฟุ้งยังได้เชิญชวนผู้สื่อข่าว ได้ชมวิธีการทำไหลดำจากก้อนหินแร่ไหลดำที่บริเวณด้านหลังของบ้านของตนเอง ซึ่งตั้งถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่ผลิตไหลดำพบว่ามีการนำก้อนหินที่มีลักษณะ ผิวด้านนอกมีเป็นสีขาววางไว้บนเหล็กรูปร่างคล้ายรางรถไปยาวประมาณ 40 เซ็นติเมตรและนำหัวตัดแก๊สจุดไฟให้มีความร้อนสูง นำมาเผาหรือรนก้อนหินดังกล่าวเมื่อก้อนหินดังดังกล่าวที่อ้างว่าเป็นแร่ไหล ดำหรือไหลน้ำพี้

เมื่อโดนความร้อนสูงก็จะเปลี่ยนสีเกิดเป็นสีดำแทน เมื่อใช้ความร้อนของไฟเผาต่อไปอีกก็จะกลายเป็นของเหลวมีสีดำไหลย้อยลงมายัง แผ่นเหล็กที่ถูกวางรองรับไว้ด้านล่างเมื่อของเหลวที่มีสีดำโดนความเย็นจึง เกาะตัวรวมกันเป็นก้อนกลมเหมือนก้อนนิลสีดำที่ถูกเจียรนัยแล้ว ลักษณะผิวของธาตุไหลดำนี้จะมีความมันแวววาวเหมือนกระจกจะมองเห็นภาพเงาของตน เองอยู่ภายในนั้นด้วยหลายคนที่เห็นกรรมวิธีทำต่างก็ทึ่งกับธาตุหินดังกล่าว ซึ่งก้อนหินชนิดนี้ข้างนอกดูเป็นก้อนหินธรรมดาทั่วไปเปลือกผิวข้างนอกก็ยัง ดูปกติเหมือนก้อนหินทั่วไปไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังมีการใช้ไฟเผาที่บริเวณก้อนหินที่เปลือกหินดังกล่าวจะเปลี่ยนสีทันที

ด้านนางสุภาภรณ์ เหล่าสกุล อายุ 48 ปี ประธานกรรมการผู้จัดการ NSP เคเบิ้ลทีวี จังหวัดแพร่ กล่าวว่า เชื่อในเรื่องของไหลดำหรือไหลน้ำพี้จากบรรพบุรุษปู่ย่า ตายายพยายามสืบเสาะค้นหา เนื่องจากทราบว่าเป็นแร่ที่ศักดิ์สิทธิ์มีอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าเหล็กไหล เพียงแต่เหล็กไหลเราเคยได้ยินต่อ ๆ กันมาเท่านั้น

ส่วนไหลดำสามารถ จับและสัมผัสของจริงได้ที่บ้านน้ำพี้ เชื่อในเรื่องของพุทธานุภาพพลังอำนาจที่สถิตย์อยู่ภายใน ทั้งในเรื่องของการป้องกันคุณไสย์และให้โชคลาภ ช่วยคุ้มครองในสิ่งต่างๆ ล่าสุดถูกลอตเตอรี่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัวติดต่อกัน 2 งวดแล้วหลังจากที่นำไปบูชา

ทั้งนี้ตนเองยังได้นำธาตุไหลดำไปแจกจ่ายให้กับญาติพี่น้องที่ต่างจังหวัดโดย เฉพาะญาติๆที่เป็นข้าราชการตำรวจและทหารซึ่งชาวบ้านที่มาท่องเที่ยวที่บ้าน น้ำพี้ ได้เห็นการทำธาตุไหลดำและได้รู้ถึงสรรพคุณในด้านการแก้และป้องกันคุณไสย ได้แห่ซื้อธาตุไหลดำชนิดดังกล่าวไปเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปฝากเพื่อนและญาติพี่น้องที่เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร หลายคนมีญาติปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ซึ่งทุกคนเชื่อว่าธาตุไหลดำดังกล่าวที่ซื้อไปบูชาจะทำให้เกิดความปลอดภัยจาก คมกระสุนและลูกระเบิด รวมถึงนำติดตัวไว้เพื่อเป็นวัตถุมงคลให้เกิดความแคล้วคลาดปลอดภัย แถมยังมีโชคลาภ

อ้างอิงจาก http://www.thairath.co.th

อานุภาพจากก้อนแร่เหล็กน้ำพี้

อานุภาพ จากก้อนแร่เหล็กน้ำพี้


นางจำรัส เชื้อนพคุณ ชาวบ้านน้ำพี้เล่าว่า หลานชายรับราชการทหารอยู่ที่จังหวัดน่าน อันเป็นดินแดนที่เคยมีผู้ก่อการร้ายชุกชุมมาก

วันหนึ่งขณะที่หลานของนางจำรัสออกลาดตระเวนกับเพื่อนหารด้วยกัน ได้เกิดปะทะกับผู้กอการร้าย ถูกถล่มด้วยปืนและระเบิดอย่างหนักจนเพื่อนทหารเสียชีวิตไปหลายคน แต่หลานของนางจำรัสรอดชีวิตมาได้อย่างอัศจรรย์ทั้งๆที่โดนกระสุนปืนและ สะเก็ดระเบิดจนเสื้อผ้าฉีกขาด แต่เนื้อตัวกลับไม่มีบาดแผลอะไรเลย นางจำรัสเชื่อว่าที่หลานชายแคล้วคลาดปลอดภัยมานั้นเป็นเพราะอานุภาพของก้อน เหล็กน้ำพี้มอบให้ และนำติดตัวไว้เป็นประจำเพียงอย่างเดียว

นางจำรัสจึงเชื่อว่าแระเหล็กน้ำพี้มีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆรวมทั้งชาวบ้านคน อื่นๆ ก็เชื่อกันอย่างนี้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่จะเดินทางไปไหนมาไหนไกลๆถ้าพกพาแร่เหล็กน้ำพี้ติดตัวไปด้วย เสมอ จะแคล้วคลาดปลอดภัยทุกครั้ง

สับด้วยมีดปาดหมู
พระอธิการเจียน ปุณณธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านน้ำพี้เล่าว่า ได้แจกวัตถุมงคลให้กับชาวบ้านไปมากมาย ล้วนทำด้วยแร่เหล็กน้ำพี้ วันหนึ่งโยมจากสุโขทัยมาขอวัตถุมงคลเพิ่มเติม และเล่าว่าเขาเป็นพ่อค้าขายหมูบังเอิญเกิดทะเลาะกับเพื่อนพ่อค้าหมูด้วยกัน และโดนเพื่อนสับด้วยมีดปาดหมู แต่คมมีดที่คมกริบนั้นไม่ระคายผิวของเขาเลย คู่ทะเลาะวิวาทเห็นว่าเขาหนังเหนียวฟันไม่เข้าเลยตกใจวิ่งหนีไปเรื่องจึงสงบ ลง

เว็บไซต์ http://.plazathai.com

แร่เหล็กน้ำพี้ของ ศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ


โบราณจารย์ได้กล่าวเรียกไว้หลายอย่างที่คุ้นหู คือ สิ่งที่เรียกว่า กายสิทธิ์ แต่นอกจากของกายสิทธิ์แล้วยังมีของศักดิ์สิทธิ์ ตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ทนสิทธิ์


ทนสิทธิ์นั้นมีกล่าวไว้ในตำราพิชัยสงคราม หมายถึง วัตถุตามธรรมชาติที่มีอำนาจทางคงกระพันโดยมิต้องผ่านการปลุกเสก

ในสมัยโบราณนั้นธาตุเหล็กถือว่าเป็นธาตุที่มีความ ศักดิ์สิทธิ์ในตัว


สำหรับธาตุเหล็กน้ำพี้นั้นยิ่งถือว่าเป็นเหล็กพิเศษ เพราะเป็นของทนสิทธิ์มีอานุภาพ


มีระบุไว้ในตำราพิชัยสงครามชัดเจนว่า

-เหล็กน้ำพี้เป็นของทนสิทธิ์ไม่เสื่อม

-มีอานุภาพทางความคงกระพันชาตรี

-ทำลายอาถรรพณ์ทั้งปวง


-เป็นที่เกรงกลัวของภูตผีปีศาจ

-ป้องกันมนต์ดำ คุณไสย ลมเพลมพันทั้งปวง

-มีอำนาจทางมหาราชตบะเดชะ เป็นที่ครั่นคร้ามของคนทั้งปวง

ธาตุทนสิทธิ์ นั้นถือเป็นของหายากตามธรรมชาติ


ในอดีตต่างมีผู้แสวงหากันอย่างมากมาย แต่ผู้ที่จะได้ไว้นั้นมีน้อยคนเหลือเกินเพราะเป็นของสำหรับผู้ที่มีบุญวาสนา เหมือนดั่งกับเหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์ หรือปรอทสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของตามตำนาน มีเรื่องเล่าขานกันมานานนับหลายชั่วอายุคน เหล็กน้ำพี้จากอำเภอทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ธาตุทนสิทธิ์ที่มีเรื่องเล่าขานตำนานนับร้อยพันปี และยังแสดงอิทธิอานุภาพให้ปรากฏจนถึงทุกวันนี้

เหล็กน้ำพี้ถือว่าเป็นธาตุที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว เองอย่างน่าอัศจรรย์

เหล็กน้ำพี้ คือ เหล็กที่เหนือกว่าธาตุเหล็กใดๆ ในโลกยกเว้นเหล็กไหล

แต่โดยภาพรวมแล้ว

เหล็กน้ำพี้ก็ถือได้ว่าเป็นเหล็กอัศจรรย์ตระกูลเหล็กไหลอย่างหนึ่ง

ที่มีพลานุภาพเป็นน้องๆ ขององค์เหล็กไหลชั้นยอดขึ้นไป


เหล็กน้ำพี้ถือว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิตมี เทพยดารักษาไว้ เป็นของคนมีบุญเท่านั้น

การหาเหล็กน้ำพี้แม้ว่าไม่ได้เกิดการตัดเช่นเดียวกับการตัดเหล็กไหล ตามแต่ก่อนที่จะทำการหาได้นั้น ต้องทำการบวงสรวง บอกกล่าวต่อเหน้าที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า เจ้าพ่อบ่อเหล็ก ถือ เป็นเทพยดาที่ทรงมหิทธิฤทธิ์ดูธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้อยู่

ส่วนที่เรียกว่าเหล็กน้ำพี้ เป็นธาตุทนสิทธิ์นั้น เนื่องจากว่าคำว่า ทนสิทธิ์ เป็นการเรียกสิ่งบางอย่างในโลกที่มีพลังงานบางอย่างในตัวที่มีอานุภาพทางคง กระพัน และล้างอาถรรพณ์เสียดจันไรทุกชนิด ป้องกันภูตผีปีศาจ


เหล็กน้ำพี้จัดเป็นธาตุที่มีเตโชธาตุในตัวสูงอย่างยิ่ง

รัศมีของเหล็กน้ำพี้ จึงเป็นที่เกรงกลังของบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลายด้วยความร้อนแรงแห่งเตโชธาตุ ภายใน


บุคคลที่มีลุฌานสมาธิได้ตาในจากการนั่งกรรมฐาน จะแลเห็นรัศมีของเหล็กน้ำพี้เป็นสีแดงสด บ่งบอกอำจาจทางการคุ้มครองชั้นสูง และอำนาจจากเตโชธาตุ ที่ส่งผลในทางตบะเดชะ สนับสนุนดวงชะตาชีวิตให้เป็นเจ้าคนนายคน และอำนาจจากเตโชธาตุนี้เองที่ยังเป็นตัวล้างอาถรรพณ์ทั้งปวงจากคุณไสยมนต์ดำ

เตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ

ครูบาอาจารย์ต่างกล่าวว่า ธาตุไฟในโลกนี้มีอำนาจในทางสร้างมายาอย่างหนึ่ง และสามารถทำลายอาถรรพณ์จากเวทย์มนต์ พลังจิตทุกชนิด ล้างอาถรรพณ์ได้ด้วยธาตุไฟแถมยังเป็นสิ่งที่ให้พลังแก่ชีวิตเราด้วย


ดังนั้น พลังงานนี้จะทำให้ร่างกายของผู้ที่ได้รับเกิดความแข็งแรงกระชุ่ม กระชวย


หากทำการรับพลังงานจากแร่เหล็กน้ำพี้เสมอๆ จะทำให้แก่ช้า และยังได้ความคงกระพันด้วย บางท่านสื่อพลังเหล็กน้ำพี้ไปนานวันจะเกิดตบะเดชะ เส้นผมจะกลายเป็นสีเหล็กหรือสีทองแดง เมื่อตายไปแล้วกระดูกก็กลายเป็นทองแดงตามไปด้วยอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งทั้งนี้เกิดขึ้นจากอำนาจของกระแสพลังงานของเหล็กน้ำพี้ไปปรับธาตุขันธ์ ให้ร่างกายให้กลายเป็นทนสิทธิ์ตามตัวของมันไปด้วย ซึ่งผู้ซึมซับพลังงานของเหล็กน้ำพี้จนถึงขั้นที่เส้นผมเป็นสีเหล็กหรือสีทอง แดง จะมีความคงกระพันชั้นเลิศแก่ช้า มีอายุยาวนานปราศจากโรคภัยทั้งปวง


แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นทำสมาธิบำเพ็ญภาวนา โดยอาศัยการนำเหล็กน้ำพี้ไว้ในมือ ดูดรับกระแสพลังงานจากเหล็กน้ำพี้เอาไว้ให้มาก และบ่อยๆ ก็สามารถกลายร่างเป็นทนสิทธิ์ได้



เสน่ห์ ว่าน สาวหลง (รากราคะ ตัวผู้ )


ว่านสาวหลง (รากราคะ ตัวผู้ )


ว่านสาวหลง
เป็นว่านที่ทรงคุณค่าอย่างมหัศจรรย์ทางมหานิยม
-ประดาศิลปินทั้งหลายควรมีไว้ติดตัว
-พ่อค้าแม่ค้ามีไว้จะช่วยให้ค้าขายราบรื่น
มีลูกค้าติดมากมาย ทำมาหากินคล่องได้ชื่อเสียง ชนทั้งหลายนิยม หญิงเห็นหญิงรัก ชายเห็นชายรัก
-นักเลงเจ้าชู้พึงมีไว้ประดับตน

ว่านสาวหลงนี้จัดอยู่ใน ประเภท ว่านเสน่ห์ เมตตามหานิยม
บ้านเรือนอาศัยร้านค้าขายใด หากนำมาปลูกไว้จะเป็นศิริมงคลแก่บ้านเรือน
ว่านนี้นิยมกันมาแต่โบราณ เป็นว่านที่มีสรรพคุณให้ผลถึงกับปิดบังไม่ยอมแพร่งพราย
ผู้เป็นเจ้าของนั้น หวงแหนยิ่งนัก

ผู้มีว่านนี้อยู่ในครอบ ครองจะทำให้มีเสน่ห์มหานิยม
ราก ต้น และใบ ของว่านนี้ในกระบวนพิธีสร้าง พระผงพระเครื่องด้านเสน่ห์มหานิยมแล้วจะขาดว่านนี้ไม่ได้ ในจำนวนผงต่าง ๆ ที่นำมาผสมอยู่ในพระเครื่องจะต้องมีผงของว่านสาวหลงนี้ด้วยเสมอไป

นอก จากนั้น เพียงแต่ใครมี รากของว่านนี้พกพาติดตัว เดินทางไปยังทิศทางต่าง ๆ
ผู้ที่ได้กลิ่น ว่านถึงกับให้งงงวย หลงใหล

ยิ่งนำรากของว่านนั้น มาแช่ใส่ลงในน้ำมันจันทน์ , น้ำมันเเก้ว
หรือผสมสีผึ้งนำมาทาที่ปาก หรือเจิมบริเวณใบหน้า
ด้วยแล้ว
จะเป็นยอดของขบวนเสน่ห์มหานิยมอีกด้วย นักเลงเจ้าชู้พากันรู้จักมาแต่โบราณกาลและเป็นที่นิยมกันยิ่งนัก


สำหรับ คาถาที่ใช้เสกกำกับเวลานำออกใช้ โบราณท่านแนะนำไว้ก็หาได้ยุ่งยาก
ท่านแนะนำก่อนใช้ให้เสกด้วย “นะโมพุทธายะ” หรือ “อิธะคะมะ” รับรองว่าจะสำเร็จผลตามที่ปรารถนา